WATER QUALITY
ค่าน้ำที่ต้องรักษา และวิธีปรับ
รักษา pH ไว้ที่ 7.2–7.6 และคลอรีนอิสระ 1–3 ppm โดยปรับค่าด่างรวมให้เข้าที่ก่อนเสมอ เพราะถ้าด่างรวมไม่นิ่ง pH จะเด้งกลับทุกครั้ง
น้ำที่สมดุลคือน้ำที่ฆ่าเชื้อได้จริง ไม่กัดผิวและตาของคนว่าย และไม่กัดหรือเกาะอุปกรณ์ ค่าที่ต้องดูมีอยู่ห้าถึงหกตัวเท่านั้น และเกือบทั้งหมดขยับตามกันเป็นทอด ๆ จึงต้องปรับตามลำดับ ไม่ใช่ปรับพร้อมกัน
| ค่า | ช่วงที่ต้องรักษา | ปรับด้วยอะไร |
|---|---|---|
| ค่าด่างรวม (TA) | 80–120 ppm | โซเดียมไบคาร์บอเนต (เพิ่ม) / กรด (ลด) |
| ค่า pH | 7.2–7.6 | กรด (ลด) / โซดาแอช (เพิ่ม) |
| คลอรีนอิสระ | 1–3 ppm | คลอรีน 65% หรือปรับกำลังเครื่องเกลือ |
| กรดไซยานูริก (สเตบิไลเซอร์) | 30–50 ppm | เติมสเตบิไลเซอร์ (เพิ่ม) / ถ่ายน้ำบางส่วน (ลด) |
| ความกระด้างของแคลเซียม | 200–400 ppm | แคลเซียมคลอไรด์ (เพิ่ม) / ถ่ายน้ำบางส่วน (ลด) |
| เกลือ (เฉพาะสระระบบเกลือ) | 3,000–4,000 ppm | เกลือสำหรับสระว่ายน้ำ |
ลำดับการปรับ
ลำดับนี้ไม่ใช่เรื่องความสะดวก ค่าด่างรวมทำหน้าที่เป็นกันชนของ pH ถ้ามันต่ำ pH จะเด้งขึ้นลงเองทุกวันไม่ว่าคุณจะปรับกี่รอบ และคลอรีนจะฆ่าเชื้อได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อ pH เข้าที่แล้ว ดังนั้นจึงต้องปรับด่างรวมก่อน แล้ว pH แล้วจึงคลอรีน
เก็บตัวอย่างน้ำจากกลางสระที่ระดับลึกประมาณหนึ่งศอก อย่าเก็บจากผิวน้ำหรือใกล้หัวจ่าย
ปรับค่าด่างรวมให้เข้าช่วง 80–120 ppm ก่อนเป็นอันดับแรก
รอ 6 ชั่วโมง โดยเดินปั๊มไว้ตลอด
วัดใหม่ แล้วปรับ pH ให้อยู่ 7.2–7.6 การปรับด่างรวมมักดัน pH ขึ้นมาให้บางส่วนแล้ว
ปรับคลอรีนอิสระให้อยู่ 1–3 ppm เป็นขั้นสุดท้าย
เติมสารเคมีทีละอย่าง ละลายในถังน้ำก่อนเสมอ แล้วเทช้า ๆ รอบสระโดยเดินปั๊มไว้
เว้นระยะระหว่างสารแต่ละตัวอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
วัดซ้ำในวันถัดไป ค่าที่วัดทันทีหลังเติมยังไม่ใช่ค่าจริง เพราะสารยังผสมไม่ทั่วสระ
ควรวัดบ่อยแค่ไหน
คลอรีนกับ pH — สัปดาห์ละสองครั้ง และทุกครั้งหลังฝนตกหนักหรือหลังมีคนใช้สระเยอะ
ค่าด่างรวม — เดือนละครั้ง
สเตบิไลเซอร์กับความกระด้าง — ทุก 3 เดือน และทุกครั้งหลังเติมน้ำใหม่ปริมาณมาก
ค่าเกลือ — เดือนละครั้งสำหรับสระระบบเกลือ
บทความที่เกี่ยวข้อง
เรื่องใกล้เคียงที่ลูกค้ามักอ่านต่อจากหน้านี้
อัปเดตล่าสุด